OSUKA จับมือมูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่หารือแนวทางเสริมศักยภาพอาสาสมัคร ยกระดับการรับมือและฟื้นฟูชุมชน

ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การสร้างความพร้อมของชุมชนและการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายอาสาสมัครกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยแนวคิดดังกล่าว OSUKA จึงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับ มูลนิธิกระจกเงา ภายใต้โครงการ "OSUKA เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต" ซึ่งเป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้แผนแม่บท OSUKA Sustainable Carbon Power (OSCP) เพื่อร่วมยกระดับศักยภาพของอาสาสมัคร พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินงานด้าน การป้องกัน (Prevention) การเตรียมความพร้อม (Preparedness) การตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน (Response) และการฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติ (Recovery) ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบการสนับสนุนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

มูลนิธิกระจกเงาเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ดำเนินงานด้านการพัฒนาสังคม การส่งเสริมอาสาสมัคร และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง มีประสบการณ์ในการค้นหา ช่วยเหลือ และฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศ จึงเป็นพันธมิตรสำคัญในการร่วมพัฒนาแนวทางการเสริมสร้างศักยภาพของเครือข่ายอาสาสมัครไทย
มูลนิธิกระจกเงา กับ OSUKA ลงพื้นที่จริงเพื่อหารือแนวทางรับมือและการซ่อมแซมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ. มูลนิธิกระจกเงา ณ จังหวัดเชียงราย โดยมุ่งให้การสนับสนุนสอดคล้องกับความต้องการของผู้ปฏิบัติงาน และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ศึกษาภารกิจภาคสนามและประเมินความเหมาะสมของเครื่องมือช่างที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง สร้างเตรียมความพร้อมสำหรับการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย การฟื้นฟูชุมชน

ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นจากการลงพื้นที่ของผู้แทนทั้งสององค์กร เพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงานของมูลนิธิกระจกเงา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รับฟังประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัคร ตลอดจนวิเคราะห์ข้อจำกัดและความต้องการในการปฏิบัติภารกิจจริง ทั้งด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การฟื้นฟูสาธารณูปโภค และการสนับสนุนชุมชนหลังเกิดภัยพิบัติ เพื่อนำข้อมูลมาร่วมออกแบบแนวทางการสนับสนุนที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานภาคสนามอย่างแท้จริง

การหารือยังครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ความต้องการด้านเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับภารกิจภาคสนาม โดยทั้งสององค์กรได้ร่วมกันประเมินลักษณะการใช้งานของแต่ละหน่วยปฏิบัติ เพื่อวางแผนการสนับสนุนเครื่องมือช่างไร้สายที่เหมาะสมกับภารกิจจริง คำนึงถึงความคล่องตัว ความปลอดภัย ความทนทาน และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการทำงานภาคสนาม เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชน และรองรับภารกิจด้านการค้นหา การกู้ภัย การซ่อมแซม และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์แล้ว ทั้งสององค์กรยังได้หารือถึงแนวทางการเสริมสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะการใช้งานเครื่องมืออย่างถูกต้องและปลอดภัย การวางระบบการดูแลรักษาอุปกรณ์ และการพัฒนารูปแบบการสนับสนุนที่สามารถตอบสนองต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ การปฏิบัติการระหว่างเกิดเหตุ และการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ

OSUKA เชื่อว่าการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการเข้าใจภารกิจและความท้าทายของผู้ปฏิบัติงาน ก่อนนำความเชี่ยวชาญขององค์กรมาร่วมออกแบบแนวทางการสนับสนุนที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริงการหารือมุ่งเน้นการออกแบบแนวทางความร่วมมือที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยผสานประสบการณ์การทำงานภาคสนามของมูลนิธิกระจกเงาเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือช่างของ OSUKA เพื่อพัฒนาแนวทางสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และยกระดับศักยภาพของอาสาสมัครในระยะยาว แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงาน Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015-2030 ซึ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากร (United Nations Office for Disaster Risk Reduction [UNDRR], 2015)
สำหรับ OSUKA ความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสนับสนุนอุปกรณ์ แต่เป็นการวางรากฐานสู่การพัฒนาความร่วมมือระยะยาวภายใต้แนวคิด Strategic Partnership โดยครอบคลุมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้งานเครื่องมือ การพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร การให้คำปรึกษาด้านเทคนิค การวางระบบดูแลรักษาและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ การสนับสนุนอะไหล่และอุปกรณ์เสริม รวมถึงการติดตามผลการใช้งาน เพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอและสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อการปฏิบัติงานภาคสนามในระยะยาว
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า การสนับสนุนที่ยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งมอบทรัพยากรหรืออุปกรณ์ แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจภารกิจของผู้ปฏิบัติงาน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทางการสนับสนุน และพัฒนาระบบความร่วมมือที่สามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการช่วยเหลือประชาชนและการฟื้นฟูชุมชน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายอาสาสมัคร โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากรของแต่ละภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบการสนับสนุนที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 11: Sustainable Cities and Communities, SDG 13: Climate Action และ SDG 17: Partnerships for the Goals
การลงพื้นที่และการหารือในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวแรกของความร่วมมือระหว่าง OSUKA และ มูลนิธิกระจกเงา ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการและกิจกรรมร่วมกัน ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัคร การสนับสนุนการปฏิบัติงานภาคสนาม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อร่วมยกระดับความพร้อมของชุมชนไทยในการรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต ตามเป้าหมายของโครงการ OSUKA เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ OSUKA Sustainable Carbon Power (OSCP) อย่างเป็นรูปธรรม
เอกสารอ้างอิง
Mirror Foundation. (n.d.). About the Mirror Foundation. https://www.mirror.or.th/aboutmirrorf.php?m=about
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 Agenda for Sustainable Development. https://sdgs.un.org/2030agenda
United Nations Office for Disaster Risk Reduction (UNDRR). (2015). Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015-2030. https://www.undrr.org/publication/sendai-framework-disaster-risk-reduction-2015-2030


